เมือง ครูจา (Kruja) เมืองนี้ไปเที่ยวตรงไหน

เมืองท่องเที่ยวของประเทศแอลเบเนีย หากไม่นับสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติแล้ว เมืองต่างๆ เราจะได้เห็นความสามารถทางด้านสถาปัตยกรรม วิศวกรรม ของคนแต่ละยุค แต่ละสมัยที่ผลัดกันเข้ามาปกครองประเทศ รวมถึงสงครามที่เกิดขึ้นทำให้เกิดการสร้างอาคารต่างๆ ขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวเอง เมือง ครูจา (Kruja) ก็เป็นแบบนั้น เมือง ครูจา (Kruja) อยู่ตรงไหน เมืองครูจาแห่งนี้หากนับจากเมืองหลวงของประเทศแอลเบเนียก็เดินทางขึ้นไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 30 กิโลเมตรก็จะเจอ เมืองนี้ตั้งอยู่บนแนวหุบเขาทำให้ตัวเมืองมีความสวยงามเป็นทุนเดิม และมีชัยภูมิที่ดีเหมาะสำหรับการป้องกันตัวเอง ทำให้การไปเที่ยวเมืองนี้เราจะได้เห็นสถาปัตยกรรมด้านอาคารเพื่อป้องกันการสู้รบเป็นส่วนใหญ่ เรื่องเล่าของเมือง ครูจา ว่ากันที่เรื่องราวของเมืองนี้บ้างดีกว่า เมืองนี้ย้อนกลับไปในอดีตประวัติศาสตร์บอกว่าที่นี้เคยเป็นแหล่งพักพิงของชนเผ่าอิลลิเรียนของแอลบานี จากนั้นได้ยกระดับตัวเองเป็นเขตปกครองแห่งแอลบาเนีย แล้วก็กลายเป็นเมืองหลวงของเขตปกครองดังกล่าว แต่พอประเทศโดนรุกรานจากการแผ่อิทธิพลของพวกออตโตมันก็ทำให้เมืองนี้โดนกลืนไปในที่สุด ซึ่งก่อนจะโดนกำราบได้นั้น เมืองนี้เคยปักหลักสู้กับทางออตโตมานอยู่ได้นานสองนานทีเดียว ส่วนหนึ่งเพราะชัยภูมิของเมืองและปราสาทของเมืองที่แข็งแกร่งดุจหินผานี่แหละ ปราสาทแห่งครูจา แลนด์มาร์คสำคัญของการท่องเที่ยวในเมือง ครูจา แห่งนี้ก็คือ ปราสาทแห่งครูจา ปราสาทที่สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นกองบัญชาการ และ แนวป้องกันเมืองจากการรุกรานของพวกออตโตมานเติร์ก ปราสาทแห่งนี้ต้องบอกว่ายิ่งใหญ่ อลังการมาก ข้อมูลบอกว่า สามารถจุทหารได้ถึง 3,000 คนทีเดียว (ต้องสร้างเพื่อรบกับกองทัพขนาดใหญ่) นอกจากตัวปราสาทยังมีหอคอยสูงอีกโดยรอบเพื่อทำหน้าที่เสมือนกับเป็นเรดาห์คอยจับการเคลื่อนไหวของศัตรูให้ได้ พิพิธภัณฑ์ ด้านในตัวปราสาทนั้น นอกจากความอลังการยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งนั่นคือ พิพิธภัณฑ์สแกนเดอร์เบก พิพิธภัณฑ์ที่บอกเล่าเรื่องราวของนายทหารที่ร่วมกันต่อสู้กับสงครามป้องกันพวกออตโตมันครั้งนั้น เราจะได้ศึกษาอาวุธ…

ประเทศแอลเบเนีย มีอะไรให้นึกถึงบ้าง

ประเทศแอลเบเนีย นับว่าเป็นประเทศเกิดใหม่ในทวีปยุโรป อาจจะไม่คุ้นหู คุ้นตาคนไทยเราเท่าไรนัก สภาพภายในประเทศก็ยังไม่ค่อยดี ผู้คนก็ต้องปากกัดตีนถีบกันพอสมควรจากพิษเศรษฐกิจในประเทศ แล้วประเทศแอลเบเนียนี้มีอะไรให้พูดถึงบ้าง เราจะลองไล่เรียงมาดูว่าเราเคยได้ยินอะไรเกี่ยวกับประเทศนี้กันบ้าง ธงและสัญลักษณ์ของประเทศ สิ่งแรกที่ทำให้ประเทศแอลเบเนียแตกต่างจากกลุ่มประเทศยุโรปด้วยกันก็คือ ธงกับสัญลักษณ์ประจำชาติ ประเทศยุโรปส่วนใหญ่ธงชาติจะเป็นแถบสีมากกว่า จะเป็นสองแถบ สามแถบ แนวตั้ง แนวนอนก็ว่ากันไป แต่ประเทศแอลเบเนียไม่เป็นแบบนั้น ธงของเค้าพื้นหลังสีแดง และมีสัญลักษณ์นกอินทรีย์สองหัวติดกัน สัญลักษณ์เป็นตัวแทนของวีรบุรุษชาวแอลเบเนียนที่ลุกขึ้นต่อสู้เพื่อปลดปล่อยอิสระภาพให้กับประเทศ เมืองแห่งวัฒนธรรม หากดูตามประวัติศาสตร์ ประเทศนี้น่าสงสารอย่างหนึ่งคือ พวกเค้าพยายามจะปกป้องประเทศด้วยวิธีทางสงคราม และ ทางการทูต แต่ก็ไม่สำเร็จ ทำให้พื้นที่ตรงนี้มีหลายชนเผ่าเข้ามายึดครองอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็น ออตโตมัน, กรีก, โรม, เวเนเซียน นั่นทำให้เราเห็นสภาพเมืองที่กลายเป็นศูนย์รวมทางวัฒนธรรมที่สืบทอดต่อกันมาหลายปี กลายเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมหลากหลายมาก อาหารเมดิเตอร์เรเนียนสไตล์ อีกหนึ่งวัฒนธรรมสร้างชื่อเสียงให้กับ ประเทศแอลเบเนีย ก็คือ วัฒนธรรมด้านอาหาร พวกเค้าได้รับอิทธิพลมาจากประเทศเมดิเตอร์เรเนียน ทำให้ประเทศนี้รับประทานอาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียนสไตล์ อาหารพวกพืช ผัก ธัญญาอาหารที่มีประโยชน์ คือจุดเด่นของพวกเค้าหากพูดถึง ประเทศนี้ อยากให้ลอง อาริกาโน่ สมุนไพรหลักของประเทศนี้เลย ชายหาดอันสวยงาม ประเทศนี้มองสภาพทางภูมิศาสตร์ พวกเค้าเป็นประเทศที่มีเขตแดนติดทะเลยาวมากถึง 450 กิโลเมตร ยังไม่นับสภาพน้ำนิ่งที่เหมาะกับการเล่นน้ำมาก…

สถานที่โรแมนติกอีกแห่งหนึ่งของโลก Venice ประเทศ Italy

หนึ่งในเส้นทางในฝันของนักท่องเที่ยวหลายคนๆ ผู้เขียนเชื่อว่าต้องมี ยุโรป เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางอย่างแน่นอน เนื่องจากยุโรปเต็มไปด้วยบ้านเมืองรวมทั้งธรรมชาติอันสวยงาม มีบรรยากาศแตกต่างจากประเทศของเราเป็นอย่างมาก หนึ่งในสถานที่ซึ่งเราจะมาแนะนำกันในวันนี้ก็คือ Venice หนึ่งในสถานที่โรแมนติกของโลก ตั้งอยู่ในยุโรป Venice หรือ Venezia ตั้งอยู่ในประเทศอิตาลี อันเต็มไปด้วยความสวยงามมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เมืองแห่งนี้มีฉายามากมายทั้ง Queen of the Adriatic, City of Water, City of Bridges เป็นต้น เท่านั้นยังไม่พอ ยังได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นเมืองมรดกโลก UNESCO อีกด้วย เมือง Venice ประเทศอิตาลี ถือกำเนิดขึ้นมาจากการนำเกาะเล็กๆ มาทำให้เป็นหนึ่งเดียว ในบริเวณทะเลสาบ Venetian โดยจัดเป็นส่วนหนึ่งของทะเล Adriatic เข้าด้วยกัน ภายในเมืองแห่งนี้ใช้การเดินทางโดยเรือเป็นหลัก ซึ่งคลองมากกว่าถนนธรรมดาเสียอีก ทางด้านอาคารบ้านเรือนรวมทั้งสถานที่สำคัญต่างๆ ก็ตั้งลัดเลาะไปตามลำคลอง มีสะพานสวยๆ มากมายให้ได้ถ่ายรูปกัน เมื่อนำสิ่งเหล่านี้มารวมกัน ก็ทำให้เมือง Venice มีเสน่ห์แตกต่างไม่เหมือนกับที่ไหน นอกจากนี้บรรยากาศก็ยังมีความสวยงามโรแมนติกทั้งกลางวันและกลางคืน สำหรับคู่รักทั้งเก่าและใหม่ที่ต้องการเติมความหวานชื่นต้องเดินทางมายังเมืองสายน้ำแห่งนี้ให้จงได้ นอกจากความสวยงามอันล้นเหลือแล้ว เมือง…